วัดเทพประทานอธิพร
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ ณ ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ประวัติย่อ สถานที่ตั้งวัดเทพประทานปัจจุบันเดิมเป็นป่าไม้รกร้างว่างเปล่าอยู่ในความดูแลของสหกรณ์โป่งน้ำร้อนต่อมาสหกรณ์ได้จัดสรรพื้นที่ป่าเป็นที่ทำกินให้แก่ประชาชาผู้อยากไร้จึงได้มีอพยพมาจากที่ต่างๆหลายจังหวัดส่วนมากจะเป็นผู้อพยพจากภาคอีสาน ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์น้อยกว่า ประมาณปี พ.ศ. 2515 นายเจริญ มาศจันทร์ อาชีพเป็นครู อพยพ มาจากจังหวัดร้อยเอ็ดได้มาบุกเบิกพื้นที่ทำสวนผลไม้และได้ครอบครองที่ดินประมาณ100ไร่
นายเจริญเป็นคนมีความรู้จึงได้แบ่งที่ราบเนินเขาเป็นที่ริมถนนเนื้อที่ประมาณ18ไร่ให้สร้างเป็นสำนักสงฆ์โพนสวรรค์ต่อมาพระบุญช่วยซึ่งได้มาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ได้รวบรวมทุนจากชาวบ้านบริจาคซื้อที่ดินติดกันเพิ่มอีก10ไร่สำนักสงฆ์จึงมีเนื้อที่ 28 ไร่บริเวณสำนักสงฆ์เป็นป่าโดยธรรมชาติ เป็นสถานที่ สัปปายะ เงียบสงบ ด้านหน้าเป็นทางเดินด้านหลังมีลำห้วยน้ำไหลจากเขาสอยดาว ผ่านไปลงในแม่น้ำบางประกง พื้นที่จึงมีน้ำอุดมสมบูรณ์จึงมีประชาชนมาจับจองพื้นที่รอบสำนักสงฆ์ทำไร่และทำสวนผลไม้เป็นจำนวนมากทำให้เกิดหมู่บ้านของผู้มาตั้งรกรากใหม่สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว และ ก่อสร้างสาธารณกิจได้ สำนักสงฆ์โนนสุวรรณได้มีพระภิกษุแวะมาพำนักและจำพรรษาชั่วคราวบ้างประจำบ้างหลายรูป ต่อมาหลวงปู่ ปิยะ(หลวงพ่อเณร)ซึ่งผู้คนมีความศรัทธามากได้มาจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์ ตามปกติการเดินทางสมัยนั้นยังไม่สะดวกโดยเฉพาะหน้าฝนหากฝนตกหนักน้ำป่าไหลป่าถนนถูกตัดขาดการเดินลำบากมากเมื่อหลวงปู่ปิยะ มาจำพรราที่นี่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจึงได้ร่วมแรงกันจัดสร้างศาลานี้เสร็จไดในวันเดียว ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์หลวงปู่ปิยะพำนักที่นี้ไม่นานเนื่องจากสถานที่ไม่สะดวกและลำบากสำหรับผู้ที่จะมาปฏิบัติธรรมท่านจึงย้ายไปสร้างวัดใหม่ที่จังหวัดสกลนครสำนักสงฆ์โนนสวรรค์ ได้มีพระภิกษุสายปฎิบัติ มาจำพรรษาอยู่หลายรูป อาทิเช่น หลวงปู่พรหมมาซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตได้เดินทางมาทำกิจพระพุทธศาสนาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนย้ายไปอยู่วัด ศิริพงศ์ เขตมีนบุรีกรุงเทพ ต่อจากนั้นมีพระบรรจบ มาอยู่จำพรรษาและเป็นผู้สร้างพระพุทธรูปในวิหารบนเนินเขาซึ่งได้สร้างความเคารพ นับถือ ความเชื่อมั่นและจิตศรัทธาต่อชาวบ้านเป็นอย่างมาก ชาวบ้านตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า หลวงพ่อใหญ่ เป็นที่เคารพของผู้คนทำให้มีผู้มาเข้าวัดมากขึ้นแหล่งน้ำสมบูรณ์สะดวกในการดำเนินชีวิตแบบสมณะ ลำห้วยซึ่งน้ำไหลมาจากเขาสอยดาวลงสู่แม่น้ำบางประกงดังกล่าวมาแล้วนั้นสายน้ำไหลย้อนทิศทางซึ่งตามความเชื่อโบราณถือเป็นสิริมงคล เป็นบริเวณที่ศักดิ์สิทธิ์ ประกอบกับหลวงพ่อใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหาร มีความสำคัญทางจิตใจในการปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นที่ร่ำลือว่าผู้ที่มาปฏิบัติธรรมมักจะแว่วเสียงพระสวดมนต์ดังออกมาจากวิหารเป็นประจำซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนักชาวบ้านพูดกันว่า เมื่อทางสำนักสงฆ์มีปัญหาเรื่องใดๆหลวงพ่อใหญ่จะมาเข้านิมิตบอกพระ หรือโยมในสำนักสงฆ์แล้วปัญหานั้นๆก็จะได้รับการแก้ไขด้วยดี สำหรับพระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน เดิมเป็นพระจากภาคอีสาน ออกบวชตั้งแต่อายุ19ปี ได้เดินทางหาครูบาอาจารย์จนได้พบกับหลวงปู่หลง สำนักสงฆ์ตำบลหนองแว้ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดข่อนแก่น ได้สมัคร เป็นลูกศิษย์ และเดินตามแบบอย่างหลวงปู่หลง ซึ่งเป็นพระที่ยินดีในความสงบวิเวก ปลีกตัวอยู่เพียง ผู้เดียวไม่คุกคลีกับหมู่คณะท่านจำพรรษาอยู่กับปู่หลงได้3พรรษาจนกระทั่งหลวงปู่หลงมรณภาพจึงได้ออกธุดงค์ไปภาคเหนือ และภาคอีสาน หลายจังหวัด เช่น บนยอดเขาภูกระดึง จังหวัดเลยโดยเน้นการปฏิบัติ สมาธิภาวนาและการแก้ไขจิตใจเป็นสำคัญ
*****ปีพ.ศ.2529 พระอาจารย์ธาตุ เดินทางธุดงค์มาที่สำนักสงฆ์โนนสวรรค์แห่งนี้ ทั้งนี้โดยได้รับคำแนะนำจากหลวงปู่พรหมมา ซึ่งเคยจำพรรษาที่นี้มาก่อนว่าเป็นสถานที่สัปปายะ มีความสงบ ธรรมชาติร่มรื่นมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ หลวงปู่พรหมมาบอกว่า ในวันข้างหน้าจะทำกิจพระพุทธศาสนาได้ดี พระอาจารย์ธาตุจึงได้มาจำพรรษาอยู่ประจำ มีพระภิกษุ แม่ชี ญาติโยมอยู่ประจำที่วัดประมาณ19 รูป/คน และได้
*****เปลี่ยนชื่อจากสำนักโนนสวรรค์ตั้งเป็นวัดชื่อวัดเทพประทาน(อธิพร) สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่7 ก.ค. พ.ศ. 2543 โดยมีพระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เป็นเจ้าอาวาสและได้ซื้อดินติดกันรวม 58 ไร่ เนื่องจากมีผู้มาปฏิบัติธรรมที่วัดเทพประธานสม่ำเสมอ พระอาจารย์ธาตุจึงได้จัดโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม และปฏิบัติธรรมให้แก่นักเรียนนักศึกษาของสถาบันต่างๆซึ่งได้มีผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมากและสม่ำเสมอตลอดปี
*****ปีพ.ศ.2544 คุณสมควร เทพสิทธา รองประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานสภายุวพุทธสมาคมแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้นำนักศึกษามาปฏิบัติธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์จึงได้มีโครงการก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์บนพื้นที่ภายในบริเวณวัดเทพประทานแห่งนี้*****อนุสรณ์สถิตแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้งและองค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์
*****และเมื่อครั้งทรงดำรงพระชนชีพ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระอนุญาต ให้มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า เพื่อเยาวชน และกระทรวงมหาดไทย จัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรม ณ วัดเทพประทาน อำเภอ สอยดาว จังหวัดจันทบุรี พร้อมได้ให้พระราชทานชื่ออาคารว่า อาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 84 พรรษา ปีพ.ศ.2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱
สวดมนต์ นะโม เม นมัสการพระพุทธเจ้าทั้ง ๒๘ พระองค์
นะโม เม สัพพะพุทธานัง อุปปันนานัง มะเหสินัง
ตัณหังกะโร มะหาวีโร เมธังกะโร มะหายะโส
สะระณังกะโร โลกะหิโต ทีปังกะโร ชุตินธะโร
โกณฑัญโญ ชะนะปาโมกโข มังคะโล ปุริสาสะโภ
สุมะโน สุมะโน ธีโร เรวะโต ระติวัฑฒะโน
โสภีโต คุณะสัมปันโน อะโนมะทัสสี ชะนุตตะโม
ปะทุโม โลกะปัชโชโต นาระโท วะระสาระถี
ปะทุมุตตะโร สัตตะสาโร สุเมโธ อัปปะฏิปุคคะโล
สุชาโต สัพพะโลกัคโค ปิยะทัสสี นะราสะโภ
อัตถะทัสสี การุณิโก ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท
สิทธัตโถ อะสะโม โลเก ติสโส จะ วะทะตัง วะโร
ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ วิปัสสี จะ อะนูปะโม
สิขี สัพพะหิโต สัตถา เวสสะภู สุขะทายะโก
กะกุสันโธ สัตถะวาโห โกนาคะมะโน ระณัญชะโห
กัสสะโป สิริสัมปันโน โคตะโม สัก๎ยะปุงคะโว ฯ
⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱⊰♥⊱
ให้เป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน..
ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง
รสแห่งธรรม ย่อมชนะรสทั้งปวง
ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
ความสิ้นไปแห่งตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง.
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8...
คำแปลนมัสการพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์
นะโม เม สัพพะพุทธานัง 
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวง
อุปปันนานัง มะเหสินัง
ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ซึ่งได้อุบัติแล้ว คือ
๑. ตัณหังกะโร มะหาวีโร ปฏิปทาพิเศษของพระตัณหังกรผู้กล้าหาญ
๒. เมธังกะโร มะหายะโส ปฏิปทาพิเศษของพระเมธังกรผู้มียศใหญ่
๓. สะระณังกะโร โลกะหิโต ปฏิปทาพิเศษของพระสรณังกรผู้เกื้อกูลต่อชาวโลก
๔. ทีปังกะโร ชุตินธะโร ปฏิปทาพิเศษของพระทีปังกรผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญาอันรุ่งเรือง
๕. โกณฑัญโญ ชะนะปาโมกโข ปฏิปทาพิเศษของพระโกณฑัญญะผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน
๖. มังคะโล ปุสิสาสะโก ปฏิปทาพิเศษของพระมังคละผู้เป็นบุรุษประเสริฐ
๗. สุมะโน สุมะโน ธีโร ปฏิปทาพิเศษของพระสุมนะผู้เป็นธีรบุรุษมีพระหฤทัยงาม
๘. เรวะโต ระติวัฑฒะโน ปฏิปทาพิเศษของพระเรวะตะผู้เพิ่มพูนความยินดี
๙. โสภิโต คุณสัมปันโน ปฏิปทาพิเศษของพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ
๑๐. อะโนมะทัสสี ชะนุตตะโม ปฏิปทาพิเศษของพระอโนมทัสสีผู้สูงสุดอยู่ในหมู่ชน
๑๑. ปะทุโม โลกะปัชโชโต ปฏิปทาพิเศษของพระปทุมะผู้ทำให้โลกสว่าง
๑๒. นาระโท วาระสาระถี ปฏิปทาพิเศษของพระนารทะผู้เป็นสารถีประเสริฐ
๑๓. ปะทุมุตโต สัตตะสาโร ปฏิปทาพิเศษของพระปทุมุตตระผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์
๑๔. สุเมโธ อัปปะฏิบุคคะโล ปฏิปทาพิเศษของพระสุเมธะผู้หาบุคคลเปรียบมิได้
๑๕. สุชาโต สัพพะโลกัคโค ปฏิปทาพิเศษของพระสุชาตะผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง
๑๖. ปิยะทัสสี นะราสะโภ ปฏิปทาพิเศษของพระปิยทัสสีผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน
๑๗. อัตถะทัสสี การุณิโก ปฏิปทาพิเศษของพระอัตถทัสสีผู้มีพระกรุณา
๑๘. ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท ปฏิปทาพิเศษของพระธรรมทัสสีผู้บรรเทาความมืด
๑๙. สิทธัตโถ อะสะโม โลเก ปฏิปทาพิเศษของพระสิทธัตถะผู้หาบุคคลเสมอมิได้ในโลก


๒๐. ติสโส จะ วะทะตัง วาโร ปฏิปทาพิเศษของพระติสสะผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย
๒๑. ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ ปฏิปทาพิเศษของพระปุสสะผู้ประทานธรรมอันประเสริฐ
๒๒. วิปัสสี จะ อะนูปะโม ปฏิปทาพิเศษของพระวิปัสสสีผู้ที่หาเปรียบมิได้
๒๓. สิขี สัพพะหิโต สัตถา ปฏิปทาพิเศษของพระสิขีผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์
๒๔. เวสสะภู สุขะทายะโก ปฏิปทาพิเศษของพระเวสสภูผู้ประทานความสุข
๒๕. กะกุสันโธ สัตถะวาโท ปฏิปทาพิเศษของพระกกุสันโธผู้นำสัตว์ออกจากสันดารตัวกิเลส
๒๖. โกนาคะมะโน ระณัญชะโห ปฏิปทาพิเศษของพระโกนาคมนะผู้หักเสียซึ่งข้าศึก คือ กิเลส
๒๗. กัสสะโป สิริสัมปันโน ปฏิปทาพิเศษของพระกัสสปะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ
๒๘. โคตะโม สักยะปุงคะโว ปฏิปทาพิเศษของพระโคตมะผู้ประเสริฐแห่งหมู่ศากยราช
เตสาหัง สิระทา ปาเท วันทามิ ปุริสัตตะเม วะจะสา มะนะสา เจวะ วันทาเมเต ตะถาคะเต สะยะเน อาสะเน ฐาเน คะมะเน จาปิ สัพพะทา
ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระบาทของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วยเศียรเกล้า และขอกราบไหว้พระพุทธเจ้าเหล่านั้นผู้เป็นบุรุษ อันสูงสุด 
ผู้เป็นตถาคตด้วยวาจาและใจทีเดียว ทั้งในที่นอนในที่นั่ง ในที่ยืน และแม้ในที่เดินด้วย ในกาลทุกเมื่อฯ
ตัณ เม สะ ที โก มัง สุ เร โส อะ ปะ นา ปะ สุ สุ ปิ อะ ธะ สิ ติ ปุ วิ สิ เว กุ โก กะ โค นะมามิหัง
พระนามพระพุทธเจ้าตั้งแต่องค์แรกถึงองค์ปัจจุบัน โบราณจารย์ท่านถือว่าเป็นพระคาถาแก้วสารพัดนึก
ขอบคุณและอนุโมทนากับผู้โพสต์ จากเครดิตที่มา พระคาถาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ( มีการอารธนาบารมีพระองค์ในช่วงต้น )



https://www.facebook.com/dhitinard.cintamani  20/5/60
<3 ศีลเป็นเบื้องต้นของความดีทั้งปวง
ศืลเป็นที่ตั้งของความดีทั้งปวง
ศีลเป็นบ่อเกิดของความดีทั้งปวง
ศีลทำให้เกิดความสุข
ศีลเป็นอริยทรัพย์ และทำให้เกิดโภคทรัพย์
ศีลดี ทำให้เกิดปัญญาดี มีจิตสงบ ไม่เป็นผู้หลงผิด เป็นผู้เห็นถูก

https://www.facebook.com/dhitinard.cintamani  21/5/60
นิมนต์พระไปสวด นะโมเมสัพพะพุทธานังหรือเราสวดเองก็ได้จะมีมนต์อะไรที่วิเศษกว่านี้
เราก็ตั้งนะโม... แล้วก็ พุทธังสรณังคัจฉามิ .. มีวิธีอื่นที่วิเศษกว่านี้หรือ
โปรดละทิ้งส่วนที่เป็นขยะออก เอาแต่แก่น ใช้สติปัญญาเอาเฉพาะแก่นก็ได้
คุณคิดว่า มีนิกาย หรือลัทธิใด มีหลักคำสอน ดีกว่าทีเรามีอยู่อีกหรือ

 นะโม เม สัพพะพุทธานัง
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวง
อุปปันนานัง มะเหสินัง
ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ซึ่งได้อุบัติแล้ว

ใครคิดบวช หรือญาติใครคิดบวช ไม่ต้องไปบวชเองให้ฟุ่มเฟือยหรอก ไม่ต้องรีบร้อน บวชใจก่อน รอว่าวัดไหนที่ตนเองชอบก็ไปสมัครบวชหมู่ ซึ่งมีที่ให้บวชปีละหลายๆครั้ง ทางวัดเขาออกค่าใช้จ่ายให้ มีโยมผู้ศรัทธาเขาบริจาคให้วัดอีกที ผู้บวชไม่มีก็ไม่ต้องจ่ายไม่มีใครว่าอะไร มีแต่อนุโมทนา ผู้ที่มีก็จ่ายไปตามศรัทธา ก็เป็นอริยทรัพย์ที่เขาสะสมไว้แหละ