a01*มิคสัญญีกลียุค และหนทางรอด



July 21, 2014
มิคสัญญีกลียุค และหนทางรอด
พฤติกรรมต่อต้านสังคมในประเทศไทย:ฤๅรากเราจักคลอนจนถอนโคน?
ประโยคหนึ่งที่ชอบพูดเชิงประชดนักเทศน์สอนปริยัติศีลธรรมและนักสุขศึกษาที่ว่า"รู้หมดแต่ยังอดไม่ได้"นั้นแท้จริงแล้วกินความหมายลึกซึ้งมากมายนัก ในวิกฤตใหญ่แห่งสังคมไทยและสังคมโลกวันนี้ควรนำมา วิตกวิจาร(ขบคิด)ให้เข้าใจลึกถึงเหตุแห่งปัญหาจนหาทางรอดให้จงได้
   ***ประการแรกคือคลื่นใหญ่แห่งซาตานมารร้ายทุนนิยมสามานย์เสรีโลกาภิวัตน์ที่ใช้มิจฉาวาทชักจูงนำพามนุษยชาติไปสู่มิคสัญญี-กลียุค ซึ่งมีพวกยิวไซออนนิสต์เป็นหัวหอกฝ่ายซาตานนำมวลมหาพญามารน้อยใหญ่ทำลายล้างโลกนี้อยู่ภายใต้พันธสัญญาของพระเจ้ายิว(พญามาร)ที่สัญญาลมๆแล้งๆว่าจะคืนแผ่นดินยูดายให้แก่ลูกหลานชาวยิวจนเป็นเหตุแห่งสงครามล้างเผ่าพันธุ์อาหรับ-ปาเลสไตน์และนำพาพวกอั้งม้อและอเมริกันดำ(ลูกหลานทาส-ผู้ถูกกระทำจนสูญเสียทุกอย่างแม้จิตวิญญาณบรรพชน)ไปตายในสงครามรุกรานอันโหดร้ายในนามประชาธิปไตยจอมปลอมหลอกลวง พร้อมทั้งป่วนทั้งโลกด้วยเล่ห์เพทุบายผ่านสื่อสารมวลชน การจัดระเบียบโลก และการค้าการลงทุนที่อยุติธรรม นี่คือมือมารที่สร้างความอยุติธรรมทั่วโลกตั้งแต่ นิวยอร์ค-ริโอเดจาเนโร-เคียพ-เชนไน-กรุงเทพฯ-พนมเปญ และ ฯลฯ
   ***ประการที่สอง ความเชื่อวัตถุนิยม-บริโภคนิยมสุดขั้วที่ฝ่ายมิจฉาวาทสุดขั้วที่พร่ำสอนว่า"สุขสูงสุดย่อมเกิดจากบริโภค/เสพวัตถุสูงสุด"ทำลายจิตวิญญาณมนุษย์อย่างถึงที่สุดนำกลับไปสู่วิถีสัตว์กล่าวคือ ทำตามสัญชาตญาณสัตว์ย่อมเป็นวิถี ไม่มีการกล่อมเกลาให้รู้จักการยับยั้งชั่งใจแห่งการควบคุมตน(การควบคุมภายใน-ศีลธรรมจรรยา)ทั้งการควบคุมภายนอก(ครอบครัว-เครือญาติ-ชุมชน-สังคม-ประเทศชาติ=ระบบสังคมและกฏหมาย) ตัวอย่างนักบวชจอมปลอมทุศีลลวงโลกเกลื่อนเมืองไทย เยาวชน ก้าวร้าวรุนแรง แต่งตัวโป๊ มั่วยา มั่วเพศ ขาดทักษะสัมมาชีพ ขาดทักษะชีวิต แม่วัยรุ่น ทำแท้ง อาชญากรรมทางเพศ คนติดยาเด็กไร้บ้าน ผู้เฒ่าไร้บ้่าน คนป่วยจิตเวชเร่ร่อน การค้ามนุษย์ฯลฯ เต็มบ้านเต็มเมือง
   ***ประการที่สาม รากเดิมในสังคมคลอนแคลน กล่าวโดยเฉพาะสังคมไทยคือ พระพุทธธรรม เถรวาทจากลังกา-ชมพูทวีป และวิถีไท(วัฒนธรรมข้าว-ชาวนา อันรุ่งเรืองร่ำรวย ละม้ายวิถีญี่ปุ่นอันขัดเกลาดัดแปลงแล้วนั่นแล)อธิบายความเสื่อมถอยได้จากหลายมิติกล่าวคือ การปรับตัวรับมือต่อมหาอำนาจอั้งม้อ(และไซออนนิสต์ที่อยู่เบื้องหลัง)ของขนขั้นนำทั้งในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และรูปแบบประชาธิปไตยนั้นที่จำยอมต้องอนุวัตรตามวิถีอั้งม้อจึงไม่อาจรักษาคุณค่าดั้งเดิมทั้งสองรากไว้ได้อย่างเหนียวIแน่น คงหลงเหลือเพียงปริยัติ(texts)ตามจารีตนิยมเพียงเท่านั้น ดังจะเห็นตัวอย่างที่ทายาทอกตัญญูต่อบุพพการีที่สื่อนำมาตีแผ่บ่อยครั้งมากชึ้นโดยไม่ต้องกล่าวถึงนักบวชจอมปลอมที่นับวันจะระบาดหนักขี้น จนพวกนักวิชาเกิน เสรีนิยมไร้ราก แถวๆท่าพระจันทร์ปรามาสท้าทายว่า พุทธศาสนิกไทยแท้จริงเป็นเพียงพวกจารีตนิยม อำนาจนิยม ที่ใช้ศาสนามาครอบงำขดขี่ผู้ที่สถานะด้อย(ทางอำนาจ สังคม ความรู้ เศรษฐกิจ)เท่านั้นเองแม้จะตื้นเขินในมุมมอง แต่ควรค่าแก่การรับฟังและทบทวนตนเองอย่างยิ่ง
หนทางนั้นย่อมมีอยู่แล้วเราจะไปทางไหนกัน?
โชกุน อิเอยาสุ ปรารภในท่ามกลางผู้นำปฏิรูปญี่ปุ่นยุค โทกุงาวะ-เอโดะ ว่า"เราจะศึกษาและใช้ความรู้ตะวันตก(อั้งม้อ)เพื่อรับใช้จิตใจตะวันออก(ญี่ปุ่น)ให้จงได้" และปณิธานอันนี้นี่แหละคือปฐมบทของ"ดัทช์ศึกษา-Dutch study=Sciences&Technology)"เปิดยุคใหม่ของญี่ปุ่นที่สร้างบุคคลิกภาพของปัจเจกชนและภาพของความเป็นชาติญี่ปุ่นอย่างเป็นอัตลักษณ์ชัดเจนในเวลาต่อมากล่าวคือญี่ปุ่นยุคใหม่แม้นไม่เก่งภาษาอั้งม้อ แต่ เก่งและดี(?อาจมีความสุขไม่มากนัก)เป็นที่ยอมรับทั่วโลกแม้กระทั่งชนชาติศัตรู(นักการฑูตญี่ปุ่นเคยช่วยเชลยยิวนับหลายร้อยจากเงื้อมมือเยอรมันและรัสเซีย-ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง) ที่น่าสนใจยิ่งนั้นคือคนญี่ปุ่นยุคใหม่ระบุว่าพวกเขาไม่มีศาสนา? แท้จริงแล้วพวกเขานับถือ/ยึดถือและปฏิบัติตามศาสนาญี่ปุ่น(Nipponism)นั่นเองในความเห็นของผู้เขียน นี่เป็นแค่ตัวอย่างความสำเร็จที่ดี คนไทยสังคมไทยกำลังถูกท้าทายอย่างหนักหน่วง ต้นทุนที่ดี รากที่ดียังมีอยู่ บรรพชนไตนั้นสามารถมาก จนเอาตัวรอดมาจากจักรวรรดิฮั่น จักรวรรดิกัมพูชา จักรวรรดิโมกุล เบงกอล ฝรั่ง อังกฤษ และฮอลันดา มาได้ จนวันนี้ ยูซ่าปากหวานก้นเปรี้ยว และชาติน้อยใหญ่ก็หาเป็นอันตรายไม่ขอเพียงแต่เรามาร่วมใจกันระดมสติปัญญาแห่งสัมมาวาททั้งของดีมีอยู่และสรรพสัมฤทธิวิชา ทั้งปวงของพญามารให้แตกฉานจนรักษาตน รักษาธรรมะ แลรักษาโลกให้ร่มเย็นเพื่อสรรพสัตว์น้อยใหญ่เยี่ยงผู้สืบเมล๊ดโพธิธรรมแห่งพระปฐมบรมครูนั้นให้จงได้เทอญ!

--------/

like >>Wichien Choosamer ( July 27, 2014 )
นิสัยไม่รักอ่านคือนิสัยไม่ใฝ่ดีนั้นคือต้นเหตุความล้าหลังของคนไทยและประชาธิปไตยไทยล้มเหลวครับท่าน(ตอนที่ 1):นั่งฟังหัวหน้า คสช.เล่าเรื่องสร้างชาติไทยมาหลายตอนแล้วด้วยจิตใจที่สนับสนุนส่งเสริมอยากให้ภารกิจแสนยากเย็นนี้สำเร็จให้จงได้จึงใคร่ขอสาธยายว่าด้วยเหตุที่ทำให้คนไทยรากหญ้าล้าหลังอ่อนแอที่ควรแก่การแก้ไขเร่งด่วนคือ"นิสัยไม่รักการอ่าน/กลัว รังเกียจการอ่าน ของไทยรากหญ้า"ขอนำเสนอประกอบหลักฐานเรื่องเล่า เรื่องที่หนึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วไปช่วยเพื่อนอาจารย์เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง การป้องกันโรคไม่ติดต่อแก่กลุ่ม อสม.ชาวบ้านรากหญ้ากลุ่มหนึ่ง บรรยายจบ เพื่อนอาจารย์ท่านนั้นฝากให้ช่วยอธิบายขอความร่วมมือให้ อสม.ตอบแบบสอบถามประมาณ 20 ข้อ ชนิดอ่่านแล้วเลือกตอบข้อที่ถูกเพียงข้อเดียวด้วยตนเอง พบว่ามีคนสามารถทำได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ที่เหลือ อ้างว่า มองไม่เห็น ไม่ได้นำแว่นตามา ก็ได้พยายามอธิบายซ้ำอีกไล่ไปทุกข้อ ผลก็ไม่ดีขึ้นเท่าไร สุดท้ายก็อ่านให้ฟังทีละข้อทีละคนให้เลือกแล้วก็ทำเครื่องหมายให้ เพื่อนๆแปลความหมายว่าอย่างไรครับ? จบเรื่องเล่าที่หนึ่ง วันต่อไปยังมีต่อครับ

Comments